บทที่ 5 ตอนที่ 5 ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้น

ตอนที่ 5 ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้น

ฝ่ามือบางของเจ้าสาว ฟาดไปที่ใบหน้าของศัลยแพทย์สุดหล่อเต็มแรงจนขึ้นรอยแดง พร้อมกับแหวนในมือเขา ที่กระเด็นหลุดลงไปที่พื้น 

“ครั้งแรกมาสาย ครั้งที่สองมีคนก่อกวน ครั้งที่สามผู้หญิงของคุณ ยังเข้ามาในงานนี้อีกนับไม่ถ้วน”

“ไม่ใช่นะ เรื่องผม…”

“สุดท้ายยังมาเรื่องแหวนนี่อีก คุณหมอภูวินทร์ ถ้าคุณไม่อยากหมั้นกับฉันจริง ๆ ก็ไม่ควรดูถูกฉันขนาดนี้ งานหมั้นวันนี้ ฉันขอยกเลิก!”

“เฟรย์รอเดี๋ยวก่อนลูก เฟรย์!”

“หมอภูมิ คุณเป็นยังไงบ้าง”

“นี่แกบ้าไปแล้วเหรอ เอาแหวนเสนียดจัญไรนั่นมาได้จากไหนกัน แก…ไอ้ภูมิ”

“คุณคะรีบไปคุยกับคุณพิรัตน์ก่อน ฉันจะไปหาหนูเฟรย์กับคุณทับทิม ยังไงวันนี้…”

“ไม่ได้ครับแม่! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง แม่ครับ เรื่องแหวนผมขอโทษที่เกิดเรื่องขึ้น แม่ช่วยให้หาแหวนให้ผมที ผมจะรีบแก้ปัญหานี้ให้เร็วที่สุด”

ว่าแล้วเจ้าบ่าวก็ลุกขึ้น และรีบเดินตามเจ้าสาวเข้าไปในห้อง ทิ้งให้สื่อมวลชนที่มาร่วมงานในวันนี้มึนงง แต่ก็ได้ข่าวเด็ด ประเด็นร้อนฉ่าเสิร์ฟทุกช่องทางโซเชียล

“แค่งานเดียวได้ข่าวเด็ดเป็นสิบ โชคดีที่ไม่โดนไล่ออกจากงานไปก่อน ชอตเจ้าสาวตบหน้าเจ้าบ่าวโคตรเจ๋งเลย ต้องเป็นข่าวฮอตแน่นอน”

แต่ละสำนักเริ่มแชร์ทุกอย่างลงบนโซเชียลมีเดียอย่างบ้าคลั่ง หลากหลายความคิดก็เริ่มคอมเม้นท์กันอย่างดุเดือด ถึงเรื่องงานหมั่นบรรลือโลก สั่นสะเทือนไปทุกวงการ ทั้งโลกธุรกิจ วงการบันเทิง โรงพยาบาล หรือแม้แต่วงการตลาดหุ้น

ห้องเจ้าสาว

“ภูมิ นั่นแกจะไปไหน แกฟังแม่ก่อน ปล่อยให้น้องคุยกับแม่เธอก่อน อย่าพึ่งเข้าไป”

“ไม่ได้นะครับแม่ เธอกำลังเข้าใจผิด”

“หึ! ใครใช้ให้แกไม่จัดการล่ะ แม่เตือนแกไปแล้วนะ ว่าให้แก้ปัญหาก่อนแล้วเป็นยังไงล่ะ แกอย่าคิดว่าแม่ไม่เห็นนะ ไหนบอกว่าจัดการไปแล้ว ทำไมยังโผล่มาสร้างปัญหาในงานได้ไม่รู้จบ แม่บอกแกไว้เลยนะภูมิ ถ้าแกไม่หมั้นกับหนูเฟรย์ หุ้นและตำแหน่งที่พ่อแกเตรียมเอาไว้....”

“ผมรู้แล้วครับแม่ ถึงต้องรีบมานี่ไง ผมจัดการทุกอย่างแล้วจริง ๆ แต่ไม่คิดว่า จะยังมีคนจัดการเรื่องนี้ลับหลังอีก”

เมื่อภูวินทร์นึกขึ้นได้ ก็รีบยกมือถือของตัวเอง โทรหาปลายสายทันที

“ดนัย ช่วยจัดการให้ฉันที”

เขาสั่งการลูกน้องคนสนิทอย่าง ดนัย ปลายสายรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาวางสาย ก็หันไปทีประตูห้องของเจ้าสาว

“นี่แกจะเข้าไปจริง ๆ เหรอ แม่ว่า… ให้แม่เข้าไปคุยก่อนดีมั้ย”

“ไม่ครับแม่ ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ให้ผมเข้าไปคุยกับเธอดีกว่า”

“เอ่อ… ถ้าอย่างนั้น”

ก๊อก ก๊อก

ภูวินทร์และจิตรา เคาะประตูและเปิดเข้าไปทันที เขาเห็นเจ้าสาวที่นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะ เธอกำลังเตรียมจะเปลี่ยนชุด เมื่อเห็นเขาเข้าไป ก็วางของทันที

“คุณทับทิมคะ คือว่าเรื่องนี้ เราควรจะมาคุยกันก่อนดีมั้ยคะ”

“เอ่อ คุณจิตราคะ เรื่องนี้…”

“ให้ผมคุยกับเฟรย์ตามลำพังได้มั้ยครับ คุณน้าทับทิม”

จิตราเดินมาจับมือทับทิม เธอเป็นคนที่รักลูกมาก แต่ก็เกรงใจทางจิตราและบดินทร์ ที่เป็นเพื่อนรักของสามีด้วยเช่นกัน แต่เรื่องนี้เธอไม่อาจตัดสินใจได้ จึงยอมให้ภูวินทร์เป็นฝ่ายคุยกับเฟรย์เอง

“เราออกไปก่อน ให้เด็ก ๆ คุยกันเองเถอะนะทับทิม”

“ค่ะพี่จิตรา ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นแม่ออกไปรอข้างนอกนะเฟรย์”

เฟรย์ไม่ตอบ เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เตียง เหมือนตุ๊กตาที่ไร้ความรู้สึก เมื่อทั้งสองเดินออกไปแล้ว กลายเป็นภูวินทร์ที่เริ่มประหม่า แค่ถูกเธอตบไปฉาดใหญ่ถึงได้สติ เขาเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เธอ เมื่อมองสีหน้าดื้อดึงของอีกฝ่าย หัวใจของเขากลับมีปฏิกิริยา เส้นรัวแรง มือไม้สั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขารีบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ กระแอมเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเริ่มพูดกับเธอ

“แรงมือคุณหนักไม่เบาเลยนะ”

“คุณหมอมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ฉันอยากกลับบ้านแล้ว”

เมื่อเธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอวดดีนั่น ก็ทำให้อารมณ์ประหม่าและรู้สึกผิดของเขา หายไปจนหมด 

“ดี งั้นผมขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะ เรื่องงานหมั้นของเราสองคนในวันนี้ มีหลายฝ่ายที่จับตามองอยู่ คุณคงไม่รู้สินะว่า หากเกิดความผิดพลาด มันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง”

“ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด”

“คุณเองก็เรียนบริหารมาไม่ใช่เหรอ ไม่รู้จักคำว่า บัตเตอร์ฟลาย เอฟเฟค เหรอครับ”

เฟรย์หันมามองหน้าเขา เธอพึ่งเห็นหน้าของภูวินทร์ชัดเจนตอนนี้เอง รอยฝ่ามือแดงบนหน้าของเขา ชัดกว่าที่เธอคิด ก็แน่นอนล่ะ เพราะเธอตั้งใจฟาดไปเต็มแรงมือเลยนี่

“ฉันคิดว่าแค่เรื่องหมั้นหรือไม่หมั้น ไม่น่าจะมีผลอะไรกับธุรกิจ”

“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นผมจะให้คุณดูอะไรสักหน่อย เผื่อว่าจะได้ประดับความรู้ของนักศึกษาคณะบริหารอย่างคุณ เพราะนี่คือโลกของความจริง ซึ่งมันไม่ได้สวยงาม อย่างที่ในตำราพวกคุณเขียนเอาไว้”

เขายื่นมือถือของตัวเองให้เธอดู เมื่อเฟรย์เห็นก็ถึงกับตกใจไปทันที

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เป็นไปไม่ได้!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป